กรุ๊ปเลือด AB คืออะไร? ลักษณะของหมู่เลือดและสิ่งที่ควรรู้

raphael-lovaski-cJwl8182Mjs-unsplash

กรุ๊ปเลือด AB หรือหมู่โลหิต AB เป็นหนึ่งในสี่หมู่เลือดหลักของระบบ ABO ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB จะมีทั้ง แอนติเจน A และแอนติเจน B อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดง และโดยทั่วไปจะไม่มีแอนติบอดี Anti-A หรือ Anti-B อยู่ในพลาสมา

ลักษณะดังกล่าวทำให้ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB สามารถรับเม็ดเลือดแดงจากกรุ๊ป A, B, AB และ O ได้ภายใต้เงื่อนไขของระบบ Rh โดยเฉพาะผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB Positive หรือ AB+ ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ผู้รับเม็ดเลือดแดงสากล”

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ผู้รับสากล” ใช้กับการรับ เม็ดเลือดแดง เป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB สามารถรับพลาสมาหรือส่วนประกอบโลหิตทุกชนิดจากทุกกรุ๊ปได้ ความเข้ากันได้ของเลือดต้องพิจารณาชนิดของส่วนประกอบโลหิตและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกัน

หัวข้อ

กรุ๊ปเลือด AB คืออะไร?

กรุ๊ปเลือด AB คือหมู่เลือดที่มีแอนติเจน A และแอนติเจน B อยู่พร้อมกันบนผิวเม็ดเลือดแดง ขณะที่ในพลาสมาโดยทั่วไปไม่มีแอนติบอดี Anti-A และ Anti-B

ลักษณะพื้นฐานของกรุ๊ปเลือด AB ได้แก่:

  • มีแอนติเจน A บนผิวเม็ดเลือดแดง
  • มีแอนติเจน B บนผิวเม็ดเลือดแดง
  • โดยทั่วไปไม่มีแอนติบอดี Anti-A
  • โดยทั่วไปไม่มีแอนติบอดี Anti-B
  • อาจเป็น Rh Positive หรือ Rh Negative
  • แบ่งเป็น AB+ และ AB− ตามการมีหรือไม่มีแอนติเจน RhD

หากผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB มี Anti-A หรือ Anti-B ในระดับที่มีความสำคัญทางคลินิก แอนติบอดีนั้นอาจตอบสนองต่อแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดงของตนเองได้ ดังนั้น ตามหลักของระบบ ABO คนกรุ๊ป AB จึงไม่มีแอนติบอดีทั้งสองชนิดนี้ตามปกติ

ระบบหมู่เลือด ABO คืออะไร?

ระบบ ABO เป็นระบบจำแนกหมู่เลือดที่สำคัญต่อการให้เลือด โดยพิจารณาจากการมีหรือไม่มีแอนติเจน A และ B บนผิวเม็ดเลือดแดง รวมถึงแอนติบอดีที่พบในพลาสมา

หมู่เลือดแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดงแอนติบอดีในพลาสมา
Aแอนติเจน AAnti-B
Bแอนติเจน BAnti-A
ABแอนติเจน A และ Bโดยทั่วไปไม่มี Anti-A และ Anti-B
Oไม่มีแอนติเจน A และ BAnti-A และ Anti-B

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB มีแอนติเจนทั้งสองชนิด ร่างกายจึงไม่สร้างแอนติบอดี Anti-A หรือ Anti-B ตามปกติ ทำให้สามารถรับเม็ดเลือดแดงจากหมู่เลือด ABO ทุกกรุ๊ปได้ โดยยังต้องพิจารณาระบบ Rh และความเข้ากันได้ด้านอื่นร่วมด้วย

กรุ๊ปเลือด AB มีแอนติเจนและแอนติบอดีอะไร?

องค์ประกอบสำคัญของกรุ๊ปเลือด AB สามารถสรุปได้ดังนี้:

ส่วนประกอบสิ่งที่พบในกรุ๊ปเลือด AB
แอนติเจน Aมีบนผิวเม็ดเลือดแดง
แอนติเจน Bมีบนผิวเม็ดเลือดแดง
แอนติบอดี Anti-Aโดยทั่วไปไม่มี
แอนติบอดี Anti-Bโดยทั่วไปไม่มี
แอนติเจน RhDอาจมีหรือไม่มีก็ได้

การมีแอนติเจน A และ B ทำให้เม็ดเลือดแดงกรุ๊ป AB สามารถบริจาคให้ผู้รับกรุ๊ป AB ได้ แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้รับกรุ๊ป A, B หรือ O เพราะผู้รับเหล่านั้นอาจมีแอนติบอดีที่ตอบสนองต่อแอนติเจน A หรือ B บนเม็ดเลือดแดงของผู้บริจาค

ในทางกลับกัน การไม่มี Anti-A และ Anti-B ทำให้คนกรุ๊ป AB สามารถรับเม็ดเลือดแดงจาก A, B, AB และ O ได้ตามหลักพื้นฐานของระบบ ABO

กรุ๊ปเลือด AB+ และ AB− ต่างกันอย่างไร?

เครื่องหมายบวกหรือลบหลังตัวอักษร AB แสดงถึงระบบ Rh โดยทั่วไปพิจารณาจากการมีหรือไม่มีแอนติเจน RhD บนผิวเม็ดเลือดแดง

กรุ๊ปเลือด AB Positive หรือ AB+

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB+ มี:

  • แอนติเจน A
  • แอนติเจน B
  • แอนติเจน RhD
  • โดยทั่วไปไม่มี Anti-A และ Anti-B

เนื่องจากมีแอนติเจน RhD อยู่แล้ว ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB+ จึงสามารถรับเม็ดเลือดแดงจากทั้ง Rh Positive และ Rh Negative ได้ตามหลักพื้นฐาน หากผ่านการตรวจความเข้ากันได้

กรุ๊ปเลือด AB Negative หรือ AB−

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB− มี:

  • แอนติเจน A
  • แอนติเจน B
  • ไม่มีแอนติเจน RhD
  • โดยทั่วไปไม่มี Anti-A และ Anti-B

ผู้ที่เป็น Rh Negative อาจสร้างแอนติบอดีต่อ RhD หลังจากสัมผัสเม็ดเลือดแดง Rh Positive เช่น จากการรับเลือดหรือการตั้งครรภ์ จึงมักเลือกใช้เม็ดเลือดแดง Rh Negative ให้แก่ผู้รับ AB−

กรุ๊ปเลือด AB รับเม็ดเลือดแดงอะไรได้บ้าง?

ตารางต่อไปนี้กล่าวถึงการรับ เม็ดเลือดแดง เท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับพลาสมา เกล็ดเลือด หรือส่วนประกอบโลหิตทุกชนิดได้โดยตรง

กรุ๊ปเลือดของผู้รับเม็ดเลือดแดงที่รับได้โดยทั่วไป
AB+AB+, AB−, A+, A−, B+, B−, O+ และ O−
AB−AB−, A−, B− และ O−

กรุ๊ปเลือด AB+ รับเลือดอะไรได้?

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB+ สามารถรับเม็ดเลือดแดงจาก:

  • AB+
  • AB−
  • A+
  • A−
  • B+
  • B−
  • O+
  • O−

ด้วยเหตุนี้ AB+ จึงเรียกว่า “ผู้รับเม็ดเลือดแดงสากล” ในระบบ ABO และ Rh แต่ก่อนรับเลือดจริงยังต้องตรวจคัดกรองแอนติบอดีและทดสอบความเข้ากันได้เสมอ

กรุ๊ปเลือด AB− รับเลือดอะไรได้?

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB− สามารถรับเม็ดเลือดแดงจาก:

  • AB−
  • A−
  • B−
  • O−

แม้ผู้รับ AB− จะไม่มี Anti-A และ Anti-B แต่เนื่องจากไม่มีแอนติเจน RhD จึงควรรับเม็ดเลือดแดง Rh Negative เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อ RhD

กรุ๊ปเลือด AB บริจาคเม็ดเลือดแดงให้ใครได้บ้าง?

เมื่อกล่าวถึงการบริจาคเม็ดเลือดแดง ความเข้ากันได้โดยทั่วไปเป็นดังนี้

กรุ๊ปเลือดของผู้บริจาคสามารถบริจาคเม็ดเลือดแดงให้
AB+AB+
AB−AB− และ AB+

ผู้บริจาค AB+

เม็ดเลือดแดง AB+ มีแอนติเจน A, B และ RhD จึงเหมาะสำหรับผู้รับ AB+ ซึ่งไม่มี Anti-A หรือ Anti-B และมีแอนติเจน RhD อยู่แล้ว

ผู้บริจาค AB−

เม็ดเลือดแดง AB− มีแอนติเจน A และ B แต่ไม่มีแอนติเจน RhD จึงสามารถบริจาคให้ผู้รับ:

  • AB−
  • AB+

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB จึงมีข้อจำกัดในการบริจาคเม็ดเลือดแดงมากกว่าบางกรุ๊ป แต่มีความสำคัญอย่างมากในการบริจาคพลาสมา

ทำไม AB+ จึงเรียกว่าผู้รับเม็ดเลือดแดงสากล?

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB+ มีลักษณะที่สำคัญสามประการ:

  • มีแอนติเจน A
  • มีแอนติเจน B
  • มีแอนติเจน RhD

ขณะเดียวกัน พลาสมาไม่มี Anti-A และ Anti-B ตามปกติ จึงไม่ต่อต้านแอนติเจน A หรือ B บนเม็ดเลือดแดงที่ได้รับมา

การมี RhD ทำให้สามารถรับได้ทั้งเม็ดเลือดแดง Rh Positive และ Rh Negative ตามหลักพื้นฐาน ด้วยเหตุนี้ AB+ จึงรับเม็ดเลือดแดงจากกรุ๊ป ABO และ Rh ทั้งแปดแบบได้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ผู้รับสากล” ไม่ได้หมายความว่าสามารถให้เลือดโดยไม่ต้องตรวจ เพราะยังมีแอนติเจนและแอนติบอดีจากระบบหมู่เลือดอื่นนอกเหนือจาก ABO และ Rh การรับเลือดต้องผ่านการตรวจคัดกรองและ Crossmatch ทุกครั้งเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

พลาสมากรุ๊ป AB มีความสำคัญอย่างไร?

ความเข้ากันได้ของพลาสมาใช้หลักการต่างจากเม็ดเลือดแดง เพราะต้องพิจารณาแอนติบอดีในพลาสมาของผู้บริจาค

พลาสมากรุ๊ป AB โดยทั่วไปไม่มี Anti-A และ Anti-B จึงไม่ต่อต้านแอนติเจน A หรือ B บนเม็ดเลือดแดงของผู้รับ ด้วยเหตุนี้ พลาสมากรุ๊ป AB จึงได้รับการเรียกว่า พลาสมาสากล และสามารถใช้กับผู้รับหมู่เลือด ABO ทุกกรุ๊ปได้ตามหลักพื้นฐาน

พลาสมากรุ๊ป AB จึงมีประโยชน์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ผู้ป่วยที่เสียเลือดมาก บาดเจ็บรุนแรง หรือยังไม่ทราบกรุ๊ปเลือด

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB โดยทั่วไปจะรับพลาสมาที่เข้ากันได้จากกรุ๊ป AB เพราะพลาสมากรุ๊ปอื่นอาจมี Anti-A, Anti-B หรือทั้งสองชนิด ซึ่งสามารถตอบสนองต่อเม็ดเลือดแดง AB ของผู้รับได้

ความแตกต่างที่ควรจำ

ส่วนประกอบโลหิตจุดเด่นของกรุ๊ป AB
การรับเม็ดเลือดแดงAB+ รับได้จากทุกกรุ๊ป
การบริจาคเม็ดเลือดแดงให้แก่ผู้รับกรุ๊ป AB
การบริจาคพลาสมาพลาสมา AB ให้ผู้รับได้ทุกกรุ๊ป ABO
การรับพลาสมาโดยทั่วไปเหมาะกับพลาสมา AB

กรุ๊ปเลือด AB พบได้น้อยหรือไม่?

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ระบุข้อมูลโดยทั่วไปว่า หมู่เลือด AB พบประมาณร้อยละ 8 และเป็นหมู่เลือดที่พบน้อยที่สุดในระบบ ABO เมื่อเปรียบเทียบกับ A, B และ O ในประชากรไทย

นอกจากนี้ AB− ยังพบได้น้อยกว่า AB+ เนื่องจาก Rh Negative เป็นหมู่โลหิตพิเศษที่พบไม่บ่อยในคนไทย การบริจาคเลือดหรือพลาสมาของผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB จึงมีความสำคัญต่อการสำรองส่วนประกอบโลหิตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย

วิธีตรวจกรุ๊ปเลือด AB

การตรวจกรุ๊ปเลือดต้องใช้ตัวอย่างเลือดและดำเนินการในห้องปฏิบัติการ โดยทั่วไปประกอบด้วยการตรวจสองส่วน

1. การตรวจแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดง

เม็ดเลือดแดงจะถูกทดสอบกับน้ำยา Anti-A และ Anti-B

หากเม็ดเลือดแดงเกิดการเกาะกลุ่มกับทั้งน้ำยา Anti-A และ Anti-B ผลดังกล่าวสอดคล้องกับการมีแอนติเจน A และ B บนผิวเม็ดเลือดแดง

2. การตรวจแอนติบอดีในพลาสมา

พลาสมาหรือซีรัมจะถูกทดสอบกับเม็ดเลือดแดงมาตรฐานกรุ๊ป A และ B ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB โดยทั่วไปจะไม่เกิดปฏิกิริยากับเซลล์ทั้งสองชนิด เพราะไม่มี Anti-A และ Anti-B ตามปกติ

จากนั้นจึงตรวจ RhD เพื่อระบุว่าเป็น AB+ หรือ AB− การตรวจทั้งด้านเม็ดเลือดแดงและพลาสมาช่วยยืนยันผลและตรวจหาความผิดปกติหรือความไม่สอดคล้องของผลการตรวจ

ไม่ควรสรุปกรุ๊ปเลือดจากบุคลิก ลักษณะภายนอก อาหารที่รับประทาน หรือการคาดเดาจากกรุ๊ปเลือดของสมาชิกในครอบครัว การตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นวิธีที่เหมาะสมในการยืนยันกรุ๊ปเลือด

กรุ๊ปเลือด AB กับการตั้งครรภ์

สำหรับการตั้งครรภ์ ปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญไม่ได้มีเพียงกรุ๊ป ABO แต่รวมถึงระบบ Rh ด้วย

หากหญิงตั้งครรภ์มีกรุ๊ปเลือด AB− แสดงว่าไม่มีแอนติเจน RhD หากทารกเป็น Rh Positive อาจมีโอกาสที่ร่างกายของมารดาจะสร้างแอนติบอดีต่อ RhD หลังสัมผัสเม็ดเลือดของทารก

สถานพยาบาลจึงตรวจกรุ๊ปเลือด Rh และคัดกรองแอนติบอดีระหว่างการฝากครรภ์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและให้การป้องกันหรือดูแลตามความเหมาะสม

การเป็น AB− ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดปัญหาในการตั้งครรภ์เสมอไป แต่ควรฝากครรภ์และรับการตรวจตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

ทำไมต้องตรวจความเข้ากันได้ก่อนรับเลือด?

แม้ผู้รับ AB+ จะสามารถรับเม็ดเลือดแดงจากทุกกรุ๊ป ABO และ Rh ได้ตามหลักพื้นฐาน แต่ระบบหมู่เลือดของมนุษย์ไม่ได้มีเพียง ABO และ Rh เท่านั้น

ผู้รับบางรายอาจมีแอนติบอดีต่อแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดงชนิดอื่น โดยเฉพาะผู้ที่เคยรับเลือด ตั้งครรภ์ หรือจำเป็นต้องรับเลือดเป็นประจำ

ก่อนให้เลือด โรงพยาบาลจึงต้องดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น:

  • ตรวจยืนยันกรุ๊ปเลือด ABO
  • ตรวจ RhD
  • ตรวจคัดกรองแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดง
  • ตรวจประวัติการรับเลือด
  • ทดสอบความเข้ากันได้หรือ Crossmatch

การตรวจเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากปฏิกิริยาการให้เลือดและช่วยเลือกส่วนประกอบโลหิตที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรุ๊ปเลือด AB

กรุ๊ปเลือด AB รับเลือดกรุ๊ป O ได้หรือไม่?

รับเม็ดเลือดแดงกรุ๊ป O ได้ตามหลักพื้นฐาน เพราะเม็ดเลือดแดงกรุ๊ป O ไม่มีแอนติเจน A และ B

ผู้รับ AB+ สามารถรับ O+ และ O− ส่วนผู้รับ AB− สามารถรับ O− โดยต้องผ่านการตรวจความเข้ากันได้ก่อนเสมอ

กรุ๊ปเลือด AB รับเลือดกรุ๊ป A หรือ B ได้หรือไม่?

รับเม็ดเลือดแดงกรุ๊ป A และ B ได้ตามหลัก ABO เพราะผู้รับ AB ไม่มี Anti-A และ Anti-B ตามปกติ แต่ต้องพิจารณา Rh ร่วมด้วย

AB+ รับได้ทั้งกรุ๊ปที่เป็น Rh Positive และ Rh Negative ส่วน AB− ควรรับจากกรุ๊ป Rh Negative

กรุ๊ปเลือด AB ให้เลือดกรุ๊ปอื่นได้หรือไม่?

สำหรับการบริจาคเม็ดเลือดแดง กรุ๊ป AB ให้ได้เฉพาะผู้รับกรุ๊ป AB เนื่องจากเม็ดเลือดแดงมีทั้งแอนติเจน A และ B

AB+ ให้แก่ AB+ ส่วน AB− ให้แก่ AB− และ AB+ ตามหลักพื้นฐาน

กรุ๊ปเลือด AB ให้พลาสมาแก่ทุกกรุ๊ปได้จริงหรือไม่?

พลาสมากรุ๊ป AB ถือเป็นพลาสมาสากลในระบบ ABO เพราะโดยทั่วไปไม่มี Anti-A และ Anti-B จึงสามารถให้แก่ผู้รับกรุ๊ป A, B, AB และ O ได้

การเลือกพลาสมาจริงยังต้องเป็นหน้าที่ของธนาคารเลือดและบุคลากรทางการแพทย์

กรุ๊ปเลือด AB รับพลาสมาจากทุกกรุ๊ปได้หรือไม่?

โดยทั่วไปไม่สามารถรับพลาสมาจากทุกกรุ๊ปได้ เพราะพลาสมากรุ๊ป A มี Anti-B พลาสมากรุ๊ป B มี Anti-A และพลาสมากรุ๊ป O มีทั้ง Anti-A และ Anti-B

ผู้รับกรุ๊ป AB จึงมักรับพลาสมากรุ๊ป AB ที่ไม่มีแอนติบอดีทั้งสองชนิดตามปกติ

AB+ กับ AB− ต่างกันอย่างไร?

AB+ มีแอนติเจน A, B และ RhD ส่วน AB− มีแอนติเจน A และ B แต่ไม่มี RhD

ความแตกต่างนี้มีผลต่อการเลือกเม็ดเลือดแดงที่สามารถรับและบริจาคได้ รวมถึงการดูแลระหว่างตั้งครรภ์ในผู้ที่เป็น Rh Negative

กรุ๊ปเลือด AB เป็นกรุ๊ปเลือดที่ดีที่สุดหรือไม่?

ไม่มีกรุ๊ปเลือดใดดีกว่ากรุ๊ปอื่นในด้านสุขภาพโดยทั่วไป AB+ มีข้อได้เปรียบตรงที่รับเม็ดเลือดแดงได้จากทุกกรุ๊ป แต่สามารถบริจาคเม็ดเลือดแดงให้ผู้รับ AB+ เท่านั้น

ในขณะเดียวกัน พลาสมาของคนกรุ๊ป AB มีความสำคัญมาก เพราะสามารถใช้กับผู้รับทุกกรุ๊ป ABO ได้ตามหลักพื้นฐาน

กรุ๊ปเลือด AB บอกบุคลิกได้หรือไม่?

ระบบหมู่เลือด ABO ใช้จำแนกแอนติเจนและแอนติบอดีที่เกี่ยวข้องกับความเข้ากันได้ของเลือด ไม่ใช่วิธีทางการแพทย์สำหรับวิเคราะห์นิสัยหรือบุคลิกภาพ

คนกรุ๊ปเลือด AB ต้องรับประทานอาหารเฉพาะหรือไม่?

ไม่ควรใช้กรุ๊ปเลือดเพียงอย่างเดียวในการกำหนดอาหาร การเลือกรับประทานอาหารควรพิจารณาจากสุขภาพโดยรวม ภาวะโภชนาการ โรคประจำตัว การแพ้อาหาร และคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

กรุ๊ปเลือด AB ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่?

กรุ๊ปเลือด ABO ถ่ายทอดจากยีนของพ่อและแม่ ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด AB ได้รับยีนที่กำหนดแอนติเจน A จากฝ่ายหนึ่ง และยีนที่กำหนดแอนติเจน B จากอีกฝ่ายหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้การคาดเดาจากกรุ๊ปเลือดของพ่อแม่แทนการตรวจเลือดเพื่อยืนยันกรุ๊ปเลือดของแต่ละบุคคล

สรุป

กรุ๊ปเลือด AB เป็นหมู่เลือดที่มีแอนติเจน A และแอนติเจน B บนผิวเม็ดเลือดแดง และโดยทั่วไปไม่มีแอนติบอดี Anti-A หรือ Anti-B อยู่ในพลาสมา โดยแบ่งตามระบบ Rh เป็น AB+ และ AB−

สำหรับการรับเม็ดเลือดแดง

  • AB+ รับได้จากทุกกรุ๊ป ABO และ Rh
  • AB− รับได้จาก AB−, A−, B− และ O−

สำหรับการบริจาคเม็ดเลือดแดง:

  • AB+ ให้ได้แก่ AB+
  • AB− ให้ได้แก่ AB− และ AB+

สำหรับการบริจาคพลาสมา

  • พลาสมากรุ๊ป AB สามารถให้แก่ผู้รับทุกกรุ๊ป ABO ได้ตามหลักพื้นฐาน

คำว่า “ผู้รับสากล” ของ AB+ หมายถึงการรับเม็ดเลือดแดง ไม่ได้หมายถึงการรับพลาสมาหรือส่วนประกอบโลหิตทุกชนิด การรับหรือให้เลือดจริงต้องตรวจหมู่เลือด คัดกรองแอนติบอดี และทดสอบความเข้ากันได้โดยโรงพยาบาลหรือธนาคารเลือดเสมอ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากแพทย์และบุคลากรด้านเวชศาสตร์บริการโลหิต

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

header-home-bg
ครีมโสมนมข้าวคืออะไร? ดีจริงไหม มีประโยชน์อย่างไร ...
ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติได้รับความนิ...
header-home-bg
12 น้ำหอมผู้หญิงยอดนิยม กลิ่นหอมขายดีตลอดกาล เสริม...
น้ำหอมผู้หญิงถือเป็นหนึ่งในไอเทมที่ช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจได้ดีที่สุด เพราะ...
7
วิตามินรวมคืออะไร? ประโยชน์ วิธีเลือก และข้อควรระว...
ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบและอาหารไม่ครบ 5 หมู่เป็นเรื่องปกติ “วิตามินรวม” หรือ Multiv...
7
วิตามินเคคืออะไร? ประโยชน์ อาหารที่มี และอาการขาดว...
วิตามินเค (Vitamin K) เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่ากับวิตามินซีหร...
7
วิตามินบี 12 คืออะไร? ประโยชน์ อาการขาด และวิธีรับ...
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น วิตามินและอาหารเสริมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีว...
7
วิตามินเสริมภูมิคุ้มกันคืออะไร? ประโยชน์ วิตามินที...
ระบบภูมิคุ้มกันคือแนวป้องกันสำคัญของร่างกายที่ช่วยต้านทานเชื้อโรคและป้องกันการเจ...