เมล็ดเจียคืออะไร? ประโยชน์ของเมล็ดเจียและวิธีกินให้ดีต่อสุขภาพ

เมล็ดเจีย (Chia Seeds) เป็นหนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดยอดนิยมที่คนรักสุขภาพทั่วโลกพูดถึงกันมาก ด้วยขนาดที่เล็กจิ๋วแต่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น ใยอาหาร กรดไขมันโอเมก้า 3 โปรตีน แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ
หลายคนอาจสงสัยว่าเมล็ดเจียคืออะไร? กินอย่างไร? และช่วยเรื่องสุขภาพอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเมล็ดเจียอย่างละเอียด พร้อมเคล็ดลับการกินที่ได้ประโยชน์สูงสุด
หัวข้อ
เมล็ดเจียคืออะไร?
เมล็ดเจียคือเมล็ดของพืชที่ชื่อว่า Salvia hispanica ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับมินต์ (Mint family) มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกากลางและเม็กซิโกโบราณ มีลักษณะเป็นเมล็ดเล็กๆ สีดำหรือสีเทา เมื่อแช่น้ำจะพองตัวเป็นเจลลื่นๆ เหมือนไข่แมงดา
เมล็ดเจียถือเป็น “Superfood” ที่ได้รับความนิยมเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารครบถ้วน เหมาะสำหรับทุกวัยและทุกเป้าหมายด้านสุขภาพ
คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดเจีย (ต่อ 100 กรัม)
- พลังงาน: ~490 kcal
- โปรตีน: ~16.5 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต: ~42 กรัม
- ใยอาหาร: ~34 กรัม
- ไขมันดี (โอเมก้า 3, 6): ~31 กรัม
- แคลเซียม: สูงกว่านม 5 เท่า
- ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, สังกะสี และสารต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์ของเมล็ดเจีย
1. อุดมด้วยโอเมก้า 3
เมล็ดเจียเป็นแหล่งกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่สำคัญ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและบำรุงสมอง หัวใจ และระบบประสาท
2. ไฟเบอร์สูงมาก ช่วยระบบขับถ่าย
เพียง 1 ช้อนโต๊ะ ให้ใยอาหารมากกว่า 4 กรัม ช่วยลดอาการท้องผูก ทำให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น
3. ช่วยลดน้ำหนัก
เมื่อแช่น้ำ เมล็ดเจียจะพองตัว ช่วยให้อิ่มนาน ลดความอยากอาหาร และควบคุมแคลอรี่ได้ดี
4. ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด
เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
5. บำรุงกระดูกและฟัน
มีแคลเซียมสูงกว่านม ช่วยป้องกันกระดูกพรุนในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
เมล็ดเจียกับเมล็ดแฟลกซ์ต่างกันอย่างไร?
คุณสมบัติ | เมล็ดเจีย | เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) |
---|---|---|
ลักษณะ | พองตัวเมื่อแช่น้ำ | ไม่พองตัว ต้องบดก่อนกิน |
โอเมก้า 3 | สูงมาก | สูงมาก |
ไฟเบอร์ | สูงมาก | สูงมาก |
การเก็บรักษา | เก็บได้นาน ไม่เหม็นหืนง่าย | ต้องเก็บในตู้เย็น/ปิดสนิท |
ใช้ง่ายกว่า | ✔ | ✘ (ต้องบด) |
วิธีทานเมล็ดเจียให้ได้ผลดีที่สุด
- แช่น้ำก่อนกิน
– ใช้อัตราส่วน เมล็ดเจีย 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 1 แก้ว (ประมาณ 200–250 มล.)
– แช่ไว้ 15–30 นาที เพื่อให้พองตัวเต็มที่ และย่อยง่ายขึ้น - ใส่ในเครื่องดื่ม
– สมูทตี้, น้ำผลไม้, นมถั่วเหลือง, น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง - ผสมในอาหาร
– ข้าวโอ๊ต, โยเกิร์ต, ซีเรียล, สลัด หรือขนมอบ - ใช้แทนเจลาติน
– เมล็ดเจียที่พองตัวสามารถใช้เป็นเจลแทนวัตถุเจือปนในขนมมังสวิรัติได้
ข้อควรระวังในการกินเมล็ดเจีย
- ควรแช่น้ำก่อนกินเสมอเพื่อป้องกันการพองตัวในลำคอที่อาจทำให้ติดคอได้
- ไม่ควรกินเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ โดยไม่ดื่มน้ำเพียงพอ เพราะใยอาหารสูงมาก
- ผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค (โอเมก้า 3 อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด)
เมนูแนะนำจากเมล็ดเจีย
- น้ำเลมอนเมล็ดเจีย – ดีท็อกซ์ลำไส้
- พุดดิ้งเมล็ดเจียกับนมอัลมอนด์ – ของหวานไม่อ้วน
- ข้าวโอ๊ตแช่เย็นใส่เมล็ดเจีย – มื้อเช้าเร่งรีบแต่ครบคุณค่า
- สมูทตี้กล้วย-เบอร์รี่ใส่เจีย – อาหารเสริมหลังออกกำลังกาย
เมล็ดเจียเหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
- ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกหรือระบบย่อยไม่ดี
- ผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติหรือวีแกน
- ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ผู้ที่ต้องการบำรุงกระดูก หัวใจ และสมอง
สรุป
เมล็ดเจียเป็นธัญพืชจิ๋วแต่แจ๋วที่อุดมด้วยคุณประโยชน์มากมาย ช่วยบำรุงร่างกายจากภายใน ทั้งระบบขับถ่าย หัวใจ น้ำหนัก และสมอง อีกทั้งยังนำไปผสมอาหารและเครื่องดื่มได้ง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย หากคุณกำลังมองหา Superfood เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว เมล็ดเจียคือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
ติดต่อเรา
- Facebook : Aura Glow Studio
- เว็บไซต์ : www.auraglowstudio.com


