กรุ๊ปเลือด O คืออะไร? ระบบหมู่เลือดและการบริจาคเลือด

raphael-lovaski-cJwl8182Mjs-unsplash

กรุ๊ปเลือด O หรือหมู่โลหิต O เป็นหนึ่งในสี่หมู่เลือดหลักของระบบ ABO โดยเม็ดเลือดแดงของผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O จะไม่มีแอนติเจน A และแอนติเจน B บนผิวเซลล์ ขณะที่ในพลาสมาจะมีแอนติบอดี Anti-A และ Anti-B อยู่ตามธรรมชาติ

ลักษณะดังกล่าวทำให้เม็ดเลือดแดงกรุ๊ป O สามารถนำไปใช้กับผู้รับได้หลายกรุ๊ป โดยเฉพาะกรุ๊ป O Negative หรือ O− ซึ่งมักเรียกว่า “ผู้บริจาคเม็ดเลือดแดงสากล” อย่างไรก็ตาม คำนี้ใช้กับการบริจาค เม็ดเลือดแดง เป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าเลือดและส่วนประกอบโลหิตทุกชนิดของคนกรุ๊ป O สามารถให้ทุกคนได้

นอกจากระบบ ABO แล้ว กรุ๊ปเลือด O ยังแบ่งตามระบบ Rh ได้เป็น O Positive หรือ O+ และ O Negative หรือ O− ซึ่งมีความแตกต่างกันในการรับและบริจาคเม็ดเลือดแดง

หัวข้อ

กรุ๊ปเลือด O คืออะไร?

กรุ๊ปเลือด O คือหมู่เลือดที่จำแนกตามระบบ ABO โดยบนผิวเม็ดเลือดแดงไม่มีแอนติเจน A และแอนติเจน B ส่วนในพลาสมาจะมีแอนติบอดี Anti-A และ Anti-B

ลักษณะพื้นฐานของกรุ๊ปเลือด O ได้แก่:

  • ไม่มีแอนติเจน A บนผิวเม็ดเลือดแดง
  • ไม่มีแอนติเจน B บนผิวเม็ดเลือดแดง
  • มีแอนติบอดี Anti-A ในพลาสมา
  • มีแอนติบอดี Anti-B ในพลาสมา
  • แบ่งเพิ่มเติมเป็น O+ หรือ O− ตามการมีแอนติเจน RhD

ภายในระบบ ABO เม็ดเลือดแดงกรุ๊ป O ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่าแอนติเจน H แต่ไม่มีการเติมโครงสร้างจนกลายเป็นแอนติเจน A หรือ B เหมือนในกรุ๊ปเลือดอื่น

ระบบหมู่เลือด ABO คืออะไร?

ระบบ ABO เป็นระบบที่ใช้จำแนกหมู่เลือดจากการมีหรือไม่มีแอนติเจน A และ B บนผิวเม็ดเลือดแดง แบ่งออกเป็นสี่หมู่หลัก ได้แก่:

หมู่เลือดแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดงแอนติบอดีในพลาสมา
Aแอนติเจน AAnti-B
Bแอนติเจน BAnti-A
ABแอนติเจน A และ Bไม่มี Anti-A และ Anti-B ตามปกติ
Oไม่มีแอนติเจน A และ BAnti-A และ Anti-B

แอนติบอดีในพลาสมาสามารถตอบสนองต่อเม็ดเลือดแดงที่มีแอนติเจนไม่เข้ากันได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O มีทั้ง Anti-A และ Anti-B จึงไม่สามารถรับเม็ดเลือดแดงกรุ๊ป A, B หรือ AB ตามปกติได้

กรุ๊ปเลือด O มีแอนติเจนและแอนติบอดีอะไร?

องค์ประกอบของกรุ๊ปเลือด O สามารถสรุปได้ดังนี้:

ส่วนประกอบสิ่งที่พบในกรุ๊ปเลือด O
แอนติเจน Aไม่มี
แอนติเจน Bไม่มี
แอนติบอดี Anti-Aมีในพลาสมา
แอนติบอดี Anti-Bมีในพลาสมา
แอนติเจน RhDอาจมีหรือไม่มีก็ได้

การไม่มีแอนติเจน A และ B เป็นเหตุผลที่เม็ดเลือดแดงกรุ๊ป O สามารถใช้กับผู้รับหมู่เลือดอื่นได้หลายกลุ่ม แต่การมี Anti-A และ Anti-B ในพลาสมาเป็นเหตุผลที่ผู้มีกรุ๊ปเลือด O สามารถรับเม็ดเลือดแดงจากกรุ๊ป O เท่านั้น

กรุ๊ปเลือด O+ และ O− ต่างกันอย่างไร?

เครื่องหมายบวกหรือลบหลังตัวอักษร O แสดงถึงระบบ Rh โดยทั่วไปพิจารณาจากแอนติเจน RhD บนผิวเม็ดเลือดแดง

กรุ๊ปเลือด O Positive หรือ O+

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O+ มีลักษณะดังนี้:

  • ไม่มีแอนติเจน A
  • ไม่มีแอนติเจน B
  • มีแอนติเจน RhD
  • มีแอนติบอดี Anti-A และ Anti-B ในพลาสมา

เม็ดเลือดแดง O+ สามารถนำไปให้ผู้รับที่เป็น Rh Positive ได้แก่ O+, A+, B+ และ AB+ ได้โดยทั่วไป

กรุ๊ปเลือด O Negative หรือ O−

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O− มีลักษณะดังนี้:

  • ไม่มีแอนติเจน A
  • ไม่มีแอนติเจน B
  • ไม่มีแอนติเจน RhD
  • มีแอนติบอดี Anti-A และ Anti-B ในพลาสมา

เนื่องจากเม็ดเลือดแดง O− ไม่มีแอนติเจน A, B และ RhD จึงมีโอกาสกระตุ้นปฏิกิริยาจากระบบ ABO และ RhD น้อยกว่าเม็ดเลือดแดงกรุ๊ปอื่น และมักถูกใช้ในกรณีฉุกเฉินที่ยังไม่ทราบกรุ๊ปเลือดของผู้ป่วย

การไม่มี RhD ไม่ได้หมายถึงความผิดปกติหรือโรค แต่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของหมู่เลือด อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็น Rh Negative อาจสร้างแอนติบอดีต่อ RhD หลังสัมผัสเม็ดเลือดแดง Rh Positive จากการรับเลือดหรือการตั้งครรภ์

กรุ๊ปเลือด O รับเลือดอะไรได้บ้าง?

ตารางต่อไปนี้กล่าวถึงการรับ เม็ดเลือดแดง ไม่ได้ใช้กับพลาสมาหรือส่วนประกอบโลหิตทุกชนิด

กรุ๊ปเลือดของผู้รับเม็ดเลือดแดงที่รับได้โดยทั่วไป
O+O+ และ O−
O−O−

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O ไม่สามารถรับเม็ดเลือดแดงกรุ๊ป A, B หรือ AB ตามปกติได้ เพราะในพลาสมามีทั้งแอนติบอดี Anti-A และ Anti-B ซึ่งสามารถตอบสนองต่อแอนติเจน A หรือ B บนเม็ดเลือดแดงของผู้บริจาคได้

กรุ๊ปเลือด O+ รับเลือดอะไรได้?

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O+ สามารถรับเม็ดเลือดแดงจาก:

  • O+
  • O−

ผู้รับ O+ มีแอนติเจน RhD อยู่แล้ว จึงสามารถรับเม็ดเลือดแดงได้ทั้ง Rh Positive และ Rh Negative หากผ่านการตรวจความเข้ากันได้

กรุ๊ปเลือด O− รับเลือดอะไรได้?

ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O− สามารถรับเม็ดเลือดแดงจาก:

  • O−

โดยทั่วไป ผู้รับ O− จะได้รับเม็ดเลือดแดง O− เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อ RhD

ในประเทศไทย Rh Negative พบได้น้อยกว่ามาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงจัดให้เป็นโลหิตหมู่พิเศษที่ต้องบริหารสำรองอย่างเหมาะสม

กรุ๊ปเลือด O ให้เลือดใครได้บ้าง?

เมื่อกล่าวถึงการบริจาคเม็ดเลือดแดง ความเข้ากันได้โดยทั่วไปเป็นดังนี้:

กรุ๊ปเลือดของผู้บริจาคสามารถบริจาคเม็ดเลือดแดงให้
O+O+, A+, B+ และ AB+
O−O−, O+, A−, A+, B−, B+, AB− และ AB+

ผู้บริจาค O+

เม็ดเลือดแดง O+ ไม่มีแอนติเจน A และ B แต่มีแอนติเจน RhD จึงสามารถให้กับผู้รับที่เป็น Rh Positive ได้ทั้งสี่กรุ๊ป ABO ได้แก่ O+, A+, B+ และ AB+

ผู้บริจาค O−

เม็ดเลือดแดง O− ไม่มีแอนติเจน A, B และ RhD จึงสามารถให้ผู้รับได้ทุกกรุ๊ปในระบบ ABO และ Rh โดยทั่วไป ด้วยเหตุนี้ O− จึงได้รับการเรียกว่าเป็นผู้บริจาคเม็ดเลือดแดงสากล

อย่างไรก็ตาม การให้เลือดจริงยังต้องพิจารณาแอนติเจนและแอนติบอดีระบบอื่น รวมถึงประวัติการรับเลือดของผู้ป่วย ไม่ควรใช้ตาราง ABO และ Rh เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจให้เลือด

ทำไม O− จึงเรียกว่าผู้บริจาคเม็ดเลือดแดงสากล?

เม็ดเลือดแดง O− ไม่มีแอนติเจนสามชนิดที่สำคัญ ได้แก่:

  • แอนติเจน A
  • แอนติเจน B
  • แอนติเจน RhD

เมื่อให้เม็ดเลือดแดง O− แก่ผู้รับ จึงลดความเสี่ยงที่แอนติบอดีของผู้รับจะตอบสนองต่อแอนติเจนเหล่านี้ โรงพยาบาลจึงอาจใช้ O− ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ป่วยเสียเลือดมากและยังไม่สามารถยืนยันกรุ๊ปเลือดได้ทัน

แต่คำว่า “ผู้บริจาคสากล” มีข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่:

  • หมายถึงการบริจาคเม็ดเลือดแดงเป็นหลัก
  • ไม่ได้หมายถึงการบริจาคพลาสมา
  • ไม่ได้ครอบคลุมแอนติเจนของระบบหมู่เลือดอื่นทั้งหมด
  • ผู้ป่วยยังต้องได้รับการตรวจหมู่เลือดและทดสอบความเข้ากันได้เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

กรุ๊ปเลือด O บริจาคพลาสมาให้ใครได้บ้าง?

การรับและบริจาคพลาสมาใช้หลักการต่างจากเม็ดเลือดแดง เพราะในพลาสมาของผู้บริจาคกรุ๊ป O มีทั้งแอนติบอดี Anti-A และ Anti-B

ดังนั้น พลาสมากรุ๊ป O โดยทั่วไปจึงเหมาะกับผู้รับกรุ๊ป O มากกว่าผู้รับกรุ๊ปอื่น เพราะแอนติบอดีในพลาสมาอาจตอบสนองต่อเม็ดเลือดแดงที่มีแอนติเจน A หรือ B

ในทางกลับกัน พลาสมากรุ๊ป AB ไม่มี Anti-A และ Anti-B ตามปกติ จึงมักถือเป็นพลาสมาที่ให้แก่ผู้รับได้กว้างที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ไม่ควรนำตารางการบริจาคเม็ดเลือดแดง O− ให้ได้ทุกกรุ๊ป ไปใช้กับการบริจาคพลาสมาโดยตรง การเลือกส่วนประกอบโลหิตต้องดำเนินการโดยธนาคารเลือดหรือบุคลากรทางการแพทย์

ทำไมเลือดกรุ๊ป O จึงมีความสำคัญ?

เลือดกรุ๊ป O มีความสำคัญต่อระบบสำรองโลหิตด้วยเหตุผลหลายประการ

ใช้กับผู้ป่วยได้หลายกรุ๊ป

เม็ดเลือดแดง O+ สามารถให้แก่ผู้รับ Rh Positive ได้ทั้งกรุ๊ป A, B, AB และ O ส่วน O− สามารถใช้กับผู้รับได้ทุกกรุ๊ป ABO และ Rh ในหลักการพื้นฐาน

มีบทบาทในกรณีฉุกเฉิน

O− อาจถูกใช้เมื่อผู้ป่วยต้องได้รับเม็ดเลือดแดงอย่างเร่งด่วน แต่ยังไม่ทราบกรุ๊ปเลือดหรือไม่มีเวลารอผลการทดสอบครบถ้วน

O− พบได้น้อยในประเทศไทย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติระบุว่า Rh Negative พบในคนไทยประมาณร้อยละ 0.3 หรือประมาณ 3 คนต่อประชากร 1,000 คน จึงเป็นหมู่โลหิตที่ต้องการผู้บริจาคประจำและการสำรองอย่างเหมาะสม

วิธีตรวจกรุ๊ปเลือด O

การตรวจกรุ๊ปเลือดต้องใช้ตัวอย่างเลือดและดำเนินการในห้องปฏิบัติการ โดยทั่วไปประกอบด้วยการตรวจสองส่วน

1. การตรวจแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดง

เม็ดเลือดแดงจะถูกทดสอบกับน้ำยา Anti-A และ Anti-B

หากไม่เกิดการเกาะกลุ่มกับทั้ง Anti-A และ Anti-B อาจสอดคล้องกับกรุ๊ปเลือด O แต่ต้องตรวจยืนยันร่วมกับการตรวจพลาสมาและการทดสอบอื่นตามมาตรฐาน

2. การตรวจแอนติบอดีในพลาสมา

พลาสมาจะถูกทดสอบกับเม็ดเลือดแดงมาตรฐานกรุ๊ป A และ B ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O โดยทั่วไปจะมีปฏิกิริยากับเซลล์ทั้งสองชนิด เนื่องจากมีทั้ง Anti-A และ Anti-B

จากนั้นจึงตรวจแอนติเจน RhD เพื่อระบุว่าเป็น O+ หรือ O− ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติระบุว่าการตรวจโลหิตบริจาคต้องตรวจทั้งระบบ ABO, Rh และการคัดกรองแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดง

ในกรณีที่ผลการตรวจคล้ายกรุ๊ป O แต่ไม่สามารถสรุปได้ ห้องปฏิบัติการอาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกจากหมู่เลือดหายากบางชนิด เช่น Bombay phenotype ซึ่งไม่ควรสรุปจากผลเบื้องต้นเพียงอย่างเดียว

ทำไมต้องตรวจความเข้ากันได้ก่อนให้เลือด?

แม้ผู้บริจาคและผู้รับจะมีกรุ๊ปเลือด ABO และ Rh ที่เข้ากันได้ แต่ร่างกายมนุษย์ยังมีระบบหมู่เลือดและแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดงอีกหลายชนิด ผู้รับบางรายอาจมีแอนติบอดีต่อแอนติเจนเหล่านั้นจากการตั้งครรภ์หรือการรับเลือดในอดีต

ก่อนให้เลือดจึงอาจต้องดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจยืนยันกรุ๊ปเลือด ABO
  • ตรวจ RhD
  • ตรวจคัดกรองแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดง
  • ทดสอบความเข้ากันได้หรือ Crossmatch
  • ตรวจสอบประวัติการรับเลือดและปฏิกิริยาจากการให้เลือด

การให้เลือดที่ไม่เข้ากันสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงของผู้บริจาคและก่อให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรุ๊ปเลือด O

กรุ๊ปเลือด O รับเลือดกรุ๊ปอื่นได้หรือไม่?

สำหรับการรับเม็ดเลือดแดง ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด O สามารถรับได้จากกรุ๊ป O เท่านั้น เพราะมีทั้ง Anti-A และ Anti-B ในพลาสมา

O+ รับได้จาก O+ และ O− ส่วน O− รับได้จาก O− โดยทั่วไป

กรุ๊ปเลือด O ให้เลือดได้ทุกกรุ๊ปจริงหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกกรณี เฉพาะ เม็ดเลือดแดง O− เท่านั้นที่สามารถให้แก่ผู้รับทุกกรุ๊ป ABO และ Rh ได้ในหลักการพื้นฐาน

เม็ดเลือดแดง O+ ให้ได้เฉพาะผู้รับ Rh Positive ได้แก่ O+, A+, B+ และ AB+ ส่วนพลาสมากรุ๊ป O ไม่ได้ให้ได้ทุกกรุ๊ป

O+ กับ O− แตกต่างกันอย่างไร?

O+ มีแอนติเจน RhD บนผิวเม็ดเลือดแดง ส่วน O− ไม่มีแอนติเจน RhD ทั้งสองกรุ๊ปไม่มีแอนติเจน A และ B และมี Anti-A กับ Anti-B ในพลาสมา

ทำไมคนกรุ๊ป O จึงรับเลือดได้เฉพาะกรุ๊ป O?

เพราะพลาสมาของคนกรุ๊ป O มีทั้ง Anti-A และ Anti-B หากได้รับเม็ดเลือดแดงกรุ๊ป A, B หรือ AB แอนติบอดีอาจตอบสนองต่อแอนติเจนบนเม็ดเลือดแดงเหล่านั้นและทำให้เกิดปฏิกิริยาจากการให้เลือดที่ไม่เข้ากัน

O− เป็นกรุ๊ปเลือดที่ดีที่สุดหรือไม่?

ไม่มีกรุ๊ปเลือดใดดีกว่ากรุ๊ปอื่นในแง่สุขภาพโดยทั่วไป O− มีความสำคัญต่อการบริจาคเม็ดเลือดแดงและกรณีฉุกเฉิน แต่ผู้ที่มี O− สามารถรับเม็ดเลือดแดงได้จาก O− เท่านั้น จึงอาจประสบข้อจำกัดเมื่อจำเป็นต้องรับเลือด

กรุ๊ปเลือด O บอกบุคลิกได้หรือไม่?

ระบบหมู่เลือด ABO ใช้อธิบายแอนติเจนและแอนติบอดีที่เกี่ยวข้องกับความเข้ากันได้ของเลือด ไม่ได้ใช้เป็นวิธีทางการแพทย์ในการวิเคราะห์นิสัยหรือบุคลิกภาพ

กรุ๊ปเลือด O ต้องรับประทานอาหารเฉพาะหรือไม่?

ปัจจุบันไม่ควรใช้กรุ๊ปเลือดเพียงอย่างเดียวเป็นตัวกำหนดรูปแบบอาหาร การเลือกอาหารควรพิจารณาจากสุขภาพ โรคประจำตัว ภาวะโภชนาการ การแพ้อาหาร และคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

รู้กรุ๊ปเลือดจากกรุ๊ปเลือดของพ่อแม่ได้หรือไม่?

กรุ๊ปเลือดถ่ายทอดทางพันธุกรรม จึงสามารถประเมินความเป็นไปได้จากกรุ๊ปเลือดของพ่อแม่ได้บางส่วน แต่ไม่ควรใช้การคาดเดาแทนการตรวจเลือด เพราะยังมีรูปแบบทางพันธุกรรมและหมู่เลือดหายากที่ต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ

สรุป

กรุ๊ปเลือด O เป็นหมู่เลือดที่ไม่มีแอนติเจน A และ B บนผิวเม็ดเลือดแดง และมีแอนติบอดี Anti-A กับ Anti-B ในพลาสมา โดยแบ่งออกเป็น O+ และ O− ตามการมีหรือไม่มีแอนติเจน RhD

สำหรับการรับเม็ดเลือดแดง:

  • O+ รับได้จาก O+ และ O−
  • O− รับได้จาก O−

สำหรับการบริจาคเม็ดเลือดแดง:

  • O+ ให้ได้แก่ O+, A+, B+ และ AB+
  • O− ให้ได้แก่ทุกกรุ๊ป ABO และ Rh ในหลักการพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ผู้บริจาคสากล” ใช้กับเม็ดเลือดแดง O− เป็นหลัก ไม่ได้ใช้กับพลาสมาหรือส่วนประกอบโลหิตทุกชนิด การให้เลือดจริงต้องผ่านการตรวจหมู่เลือด การคัดกรองแอนติบอดี และการทดสอบความเข้ากันได้โดยโรงพยาบาลหรือธนาคารเลือดเสมอ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากแพทย์และบุคลากรด้านเวชศาสตร์บริการโลหิต

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

header-home-bg
ครีมโสมนมข้าวคืออะไร? ดีจริงไหม มีประโยชน์อย่างไร ...
ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติได้รับความนิ...
header-home-bg
12 น้ำหอมผู้หญิงยอดนิยม กลิ่นหอมขายดีตลอดกาล เสริม...
น้ำหอมผู้หญิงถือเป็นหนึ่งในไอเทมที่ช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจได้ดีที่สุด เพราะ...
7
วิตามินรวมคืออะไร? ประโยชน์ วิธีเลือก และข้อควรระว...
ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบและอาหารไม่ครบ 5 หมู่เป็นเรื่องปกติ “วิตามินรวม” หรือ Multiv...
7
วิตามินเคคืออะไร? ประโยชน์ อาหารที่มี และอาการขาดว...
วิตามินเค (Vitamin K) เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่ากับวิตามินซีหร...
7
วิตามินบี 12 คืออะไร? ประโยชน์ อาการขาด และวิธีรับ...
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น วิตามินและอาหารเสริมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีว...
7
วิตามินเสริมภูมิคุ้มกันคืออะไร? ประโยชน์ วิตามินที...
ระบบภูมิคุ้มกันคือแนวป้องกันสำคัญของร่างกายที่ช่วยต้านทานเชื้อโรคและป้องกันการเจ...